ตำแหน่งประตูบ้าน แห่งโชคลาภ

ตำแหน่งประตูบ้าน แห่งโชคลาภ

ตำแหน่งประตูบ้าน แห่งโชคลาภ

ihome

สนับสนุนเนื้อหา

ตั้งแต่โบราณมาแล้วที่การตั้งตำแหน่งประตูบ้านนั้น ต้องห้ามตั้งตรงกับประตูของตัวไม่ว่าจะเป็นความเชื่อของไทยหรือฮวงจุ้ยของจีน ทำไมถึงเป็นแบบนั้น ทำไมจึงต้องห้ามตั้งประตูในตำแหน่งนี้ เรามาดูคำอธิบายกัน

คำว่า “ประตูบ้าน” ในศาสตร์ฮวงจุ้ยจะหมายถึงประตูใหญ่หรือประตูหน้าบ้านของตัวบ้าน หรือสำนักงานที่ใช้เป็นทางสัญจรเข้าออกในแต่ละวัน โดยที่ประตูนั้นจะมีความสำคัญในแง่ของฮวงจุ้ยดังนี้ เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างโลกภายนอกและโลกภายในบ้าน เป็นตัวผสานระหว่างจักรวาลใหญ่และจักรวาลเล็กๆ ที่มนุษย์เราอาศัยอยู่ เป็นจุดที่กิ่งฟ้าและก้านดินมาบรรจบกัน ก่อให้เกิดจุดแห่งความเป็นมงคลและอัปมงคลขึ้น โดยจะสัมพันธ์กับตำแหน่งของดวงดาวในจักรวาลกับตำแหน่งบ้านบนพื้นโลก

เป็นด่านแรกที่มนุษย์เราจะก้าวออกไปในแต่ละวัน เพื่อแสวงหาอาหาร ความก้าวหน้า ความสำเร็จในชีวิต เป็นทางเข้าออกของพลังจักรวาลและสิ่งที่เป็นมงคล-อัปมงคลทั้งหลาย ซึ่งล้วนแต่จะต้องอาศัยจุดหรือทวารนี้ ในตามสถานธรรม วัดวาอารามของจีนจะเห็นมีรูปของเทพเจ้าวาดเอาไว้ที่หน้าประตูทางเข้า เพื่อคอยสกัดกั้นภูตผีวิญญาณ ขับไล่สิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้าไป คนจีนตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบันในเทศกาลหรือวันสำคัญตามประเพณี จะมีการจุดธูปปักเอาไว้ที่ประตูทางเข้า เพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และการขออนุญาตให้ดวงวิญญาณของผู้ตาย ผ่านเข้าไปในบ้านได้ เป็นต้น

เนื่องจากทิศทางของบ้าน เป็นพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการประเมินความดีร้ายของฮวงจุ้ยเกือบทั้งหมด การสามารถทราบเรื่องทิศได้อย่างถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แต่การจะระบุชี้ชัดลงไปเลยว่าทิศไหนดีทิศไหนไม่ดีในแต่ละยุค เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เพราะทิศทางของบ้านจะมีตั้งแต่ 0-360 สิ่งที่จะบอกได้คือ ใช้เข็มทิศจีนโบราณ (หล่อแก) เป็นตัวบ่งบอกเท่านั้น เพราะเป็นเข็มทิศที่ละเอียดประกอบด้วยวงแหวนหลายชั้น จานสี่เหลี่ยมของหล่อแกจะแทนโลกหรือแผ่นดินที่อยู่อาศัย จานหมุนวงกลมตรงกลางจะแทนสวรรค์หรือท้องฟ้า (ตำแหน่งของดวงดาว) ซึ่งใช้ความสัมพันธ์ของฟ้าดิน เพื่อหาตำแหน่งประตูออกมา

ประตูบ้านจึงเปรียบได้กับปากของคนเรา โดยสัตว์โลกทั้งหลายล้วนแต่จะมีปากไว้เพื่อกินอาหารให้สามารถยังชีพอยู่ได้ แต่ประตูบ้านนั้นจะรับประทานอาหารที่ผิดไปจากสัตว์โลก คือจะรับเอาแต่ความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นปฐพีที่ดี เพื่อผู้อยู่อาศัยจะได้รุ่งเรือง ร่ำรวย ทั้งจะคอยทำหน้าที่ดูดซับเอาราศีภายนอกและภายในซึ่งเป็นนามธรรม เกี่ยวกับสวรรค์และพื้นโลก เช่น ความงดงามของสายน้ำ ภูเขา สภาพแวดล้อมข้างเคียงเข้าสู่ตัวบ้าน ประตูบ้านจึงถือเป็นปากแห่งโชค และปากแห่งโชคตัวนี้จะต้องถูกต้องทั้งเรื่องทิศทาง ตำแหน่ง ขนาดและมีหมิงถังของประตู

ในยุคเกือบร้อยปีก่อนหน้านี้ การก่อสร้างบ้านเรือนจะให้ความสำคัญในเรื่องการหันทิศทางของบ้านเป็นหลัก ตัวบ้านอยู่ทิศไหน ประตูก็มักจะหันไปทางทิศนั้น บ้านเดี่ยวก็จะมีประตูเข้าออกเพียงประตูเดียว แต่ในปัจจุบันตัวบ้านที่สร้างหันไปทางหนึ่ง ประตูก็อาจจะหันไปอีกทางหรือในลักษณะของรูปแบบคอนโดมิเนียม ที่มีการแบ่งห้องพักออกเป็นหลายปีกในอาคารเดียวกัน แต่ละปีกก็จะหันไปคนละทิศทาง โดยใช้ประตูของตัวอาคารเป็นประตูร่วมในการเข้าออกสู่ห้องพัก ซึ่งจะเห็นว่ามีความสลับซับซ้อนในเรื่องของประตูมากขึ้น

ปัญหาก็คือจะยึดเอาทิศทางของประตูใหญ่หรือจะยึดเอาทิศของประตูห้องพัก หรือสำนักงานบนอาคารนั้น ๆ หรือยึดทั้ง 2 ประตูเป็นหลักในการวิเคราะห์ การดูทิศทางของการหันของประตูบ้านหรืออาคาร ในปัจจุบันจึงถือเป็นเรื่องค่อนข้างจะยุ่งยากและสามารถทำให้สับสนได้ ถ้าหากเราไม่เข้าใจถึงหลักการและขั้นตอนของการวิเคราะห์ฮวงจุ้ย ก็สามารถทำให้ผิดพลาดได้และในที่สุดปัญหาความโชคร้าย ก็จะตกอยู่กับเจ้าของบ้านและธุรกิจของอาคารนั้น ๆ ซึ่งอาจจะมีอาจารย์ฮวงจุ้ยหลาย ๆ ท่านพยายามมองข้ามปัญหาและเคราะห์กรรมตรงจุดนี้ไป การนำหลักของฮวงจุ้ยมาวิเคราะห์ในโครงการธุรกิจใหญ่ ๆ ที่ต้องใช้เงินทุนหลายร้อยล้านบาทนั้น จะต้องอาศัยความเชื่อถือและความศรัทธาของเจ้าของโครงการเป็นพื้นฐาน อย่างน้อยท่านเหล่านั้นจะต้องผ่านการทำสอบและพิสูจน์ในหลักวิชามาบ้างแล้ว มิฉะนั้น ก็คงไม่กล้าเสี่ยงต่อคำแนะนำของอาจารย์ฮวงจุ้ยทั้งหลาย

ตำแหน่งประตูหรือปากแห่งโชคตามหลักของฮวงจุ้ย โดยหลักทั่วไปประตูของบ้านหรืออาคารสำนักงาน นักวิศวกรหรือสถาปนิกสามารถที่จะออกแบบโดยกำหนดตำแหน่งของประตูด้านหน้าอยู่ตรงไหนก็ได้ ไม่ได้วางหลักตายตัวเอาไว้ให้เป็นตำแหน่งซ้ายหรือขวา การที่มีคนนำหลักทฤษฎีเสือขาว-มังกรเขียวไปปรับใช้กับการกำหนดตำแหน่งของประตูนั้น เพราะว่าไม่สามารถหาหลักเกณฑ์อะไรมาให้ยึดถือ หรือปรับใช้กับสภาพความเป็นจริงของบ้านเรือนในยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปอย่างรวดเร็วได้ เกิดจากความไม่เข้าใจในพื้นฐานเดิมของทฤษฎี และไม่ได้ศึกษาถึงเหตุผลของการกำหนดสภาพแวดล้อมในหลายรูปลักษณ์ของคนในสมัยก่อนนั้น

ทฤษฎีดังกล่าวเกิดขึ้นจากการกำหนดให้ทิศเบื้องหน้าของบ้านที่หันคือ ทิศใต้ แต่ปัจจุบันการนำเสือขาว-มังกรเขียวมาประยุกต์ใช้กับบ้านในทุกทิศทาง การยึดถือทฤษฎีเสือขาว-มังกรเขียว เท่ากับเป็นการปฏิเสธถึงหลักความจริงของสภาพบ้านเรือนที่มีการกำหนดประตูไว้ทั้ง 4 ด้านคือ ซ้าย ขวา หน้า หลังและ 3 ตำแหน่งคือ ซ้าย ขวาและประตูตรงกลาง จำนวนของประตูเข้าออกบ้านหรืออาคาร จะเห็นว่าบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ ๆ มักจะมีทั้งประตูด้านซ้าย ประตูด้านขวาและประตูตรงกลาง แต่จากการคำนวณตำแหน่งของดวงดาว ที่สัมพันธ์กับทิศทางของศาสตร์ฮวงจุ้ยพบว่าทุกๆ 20 ปีไม่ว่าในปัจจุบันหรืออนาคตจะมีอยู่ทุก 3 ทิศใน 8 ทิศ ที่ตำแหน่งของประตูห้ามอยู่ในตำแหน่งด้านซ้าย ตรงกลางและด้านขวาของบ้าน

โดยถือว่าเป็นตำแหน่งประตูที่จะส่งผลร้ายทุก 3 ปีแก่ผู้อยู่อาศัย ในเรื่องของอุบัติเหตุหรือเลือดตกยางออก ในการกำหนดตำแหน่งประตูที่ดี ยังจะต้องเลือกเอาทิศทางที่ดีที่สุด ในกรณีที่ประตูทางเข้าออกของบ้านหรืออาคารนั้น ๆ มีเกินกว่า 1 ประตูและแต่ละประตูก็หันไปคนละทิศทาง การมีประตูหลาย ๆ ประตู อาจส่งผลให้ประตูใดประตูหนึ่งที่เราเหยียบย่างเข้าออกประจำ กลายเป็นประตูเสียหรืออับโชคของอีกประตูหนึ่งได้ ซึ่งกลับจะนำเอาปัญหาและอุปสรรคความไม่ราบรื่นเข้ามาให้ผู้อยู่คอยแก้ไข ซึ่งในทุกวันนี้จะหาคนที่ศึกษาและเข้าใจ หลักวิชาฮวงจุ้ยได้ลึกซึ้งถึงจุดนี้ค่อนข้างจะหายาก เพราะเท่าที่ประสบมา อาจารย์ หรือผู้ที่ได้ชื่อว่าซินแสฮวงจุ้ย ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปในเรื่องการใช้อุปกรณ์ของขลังมาประดับประดาไว้เท่านั้น โดยลืมความหมายที่แท้จริงของคำว่า “ฮวงจุ้ย” ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะมีโอกาสพบกับหลักวิชาฮวงจุ้ยแบบไหน?

ที่มา : Forward Mail

ข้อมูลและภาพจาก http://ihome108.com

แน่ใจหรือว่าคุณใช้ “สีน้ำตาล” ในบ้านถูกหลักฮวงจุ้ย

แน่ใจหรือว่าคุณใช้ “สีน้ำตาล” ในบ้านถูกหลักฮวงจุ้ย

4 วิธีตกแต่งบ้านให้สวยด้วยของกิน (ผัก และผลไม้)

4 วิธีตกแต่งบ้านให้สวยด้วยของกิน (ผัก และผลไม้)

เลือกสีแต่งบ้านให้ถูกทิศ ถูกธาตุ ชีวิตดีทั้งครอบครัว

เลือกสีแต่งบ้านให้ถูกทิศ ถูกธาตุ ชีวิตดีทั้งครอบครัว

ปัญหา 5 อย่างที่แก้ได้ด้วยการทาสี

ปัญหา 5 อย่างที่แก้ได้ด้วยการทาสี

ไอเดียเก็บเสื้อผ้าให้เนี้ยบ ไม่ต้องเสียเวลาหาซ้ำ

ไอเดียเก็บเสื้อผ้าให้เนี้ยบ ไม่ต้องเสียเวลาหาซ้ำ

4 วิธีแก้ปัญหาเมื่อบ้านสีมืดเกินไป ทำอย่างไรให้ดูดี

4 วิธีแก้ปัญหาเมื่อบ้านสีมืดเกินไป ทำอย่างไรให้ดูดี

6 ข้อผิดพลาดที่คุณมักทำตอนอาบน้ำ

6 ข้อผิดพลาดที่คุณมักทำตอนอาบน้ำ

7 ขั้นตอนล้างพิษให้อากาศในบ้าน

7 ขั้นตอนล้างพิษให้อากาศในบ้าน

จัดการกับความร้อนในคอนโดได้ภายใน 5 วิธี

จัดการกับความร้อนในคอนโดได้ภายใน 5 วิธี

9 สัญญาณที่บอกว่าคุณทำความสะอาดบ้านได้สุดเนี้ยบ

9 สัญญาณที่บอกว่าคุณทำความสะอาดบ้านได้สุดเนี้ยบ

6 สิ่งที่ต้องจัดการกับบ้านในช่วงหน้าร้อน

6 สิ่งที่ต้องจัดการกับบ้านในช่วงหน้าร้อน

10 ประโยชน์น้ำยาเคลือบรถ ที่จัดว่าเป็นมิตรคู่บ้านด้วย

10 ประโยชน์น้ำยาเคลือบรถ ที่จัดว่าเป็นมิตรคู่บ้านด้วย

4 เคล็ดลับเลือก “ผ้า” ตกแต่งบ้านอย่างไร เมื่อห้องไม่ใหญ่ และงบไม่พอ

4 เคล็ดลับเลือก “ผ้า” ตกแต่งบ้านอย่างไร เมื่อห้องไม่ใหญ่ และงบไม่พอ

สร้างบ้านเสร็จแล้ว ตกแต่งบ้านอย่างไรให้บ้านเย็นไปตลอดชีวิต

สร้างบ้านเสร็จแล้ว ตกแต่งบ้านอย่างไรให้บ้านเย็นไปตลอดชีวิต

5 วิธีดับร้อนด้วยพัดลม เย็นสบายจ่ายแบบราคาเบา เบา

5 วิธีดับร้อนด้วยพัดลม เย็นสบายจ่ายแบบราคาเบา เบา

7 ความเข้าใจผิดเรื่องการใช้ "เขียง" ที่เรายังคงทำกันอยู่

7 ความเข้าใจผิดเรื่องการใช้ "เขียง" ที่เรายังคงทำกันอยู่

8 เรื่องเตือนสติ บ้านรกอาจทำให้ชีวิตพัง

8 เรื่องเตือนสติ บ้านรกอาจทำให้ชีวิตพัง

5 เรื่องค้าน ทำแบบนี้ก็ได้ ไม่ต้องแต่งบ้านตามหลักการเสมอไป

5 เรื่องค้าน ทำแบบนี้ก็ได้ ไม่ต้องแต่งบ้านตามหลักการเสมอไป

หน้าร้อน จัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ยอย่างไรให้อยู่เย็น เป็นสุข

หน้าร้อน จัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ยอย่างไรให้อยู่เย็น เป็นสุข

5 แนวคิดแต่งบ้านแบบสนุกและได้ประโยชน์ด้วย

5 แนวคิดแต่งบ้านแบบสนุกและได้ประโยชน์ด้วย

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์