เปิด “พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ณ วังสระปทุม”

เปิด “พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ณ วังสระปทุม”

เปิด “พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ณ วังสระปทุม”

S! Home

สนับสนุนเนื้อหา

หากหลับตานึกย้อนภาพไปในอดีต สถานที่สำคัญในปัจจุบันหลายๆ แห่งไม่ได้มีเพียงแต่รูปทรงอาคารอันสวยงามตามลักษณะอย่างที่เห็น หากแต่ค่อยๆ มีการเปลี่ยนแปลง พัฒนา และมีประวัติความเป็นมาอันควรค่าแห่งความทรงจำเฉกเช่นเดียวกับ อาคารพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ "วังสระปทุม" นั้นก็มิได้โดดเด่นเพียงลักษณะทางสถาปัตยกรรมเท่านั้น หากแต่ตัวอาคารที่ปรับเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ฯนี้ ยังคงมีเรื่องราวสำคัญทางประวัติศาสตร์ให้พวกเราชาวไทยได้จดจำอีกมากมาย

จากทุ่งนาห่างไกล สู่วังสระปทุม
พื้นที่ของ “วังสระปทุม” ที่เป็นที่ตั้งของอาคารพิพิธภัณฑ์ฯ นั้นสืบทอดเรื่องราวต่างๆ มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  พระองค์โปรดพื้นที่บริเวณนี้ตั้งแต่ครั้งยังเป็นทุ่งนาที่เต็มไปด้วยดอกบัว และกอบัวในหน้าน้ำหลาก 

หอนิทรรศการในปัจจุบันของพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

กระทั่งต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ทรงซื้อที่ดินผืนนี้ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์โดยตั้งพระทัยว่าจะยกให้พระราชโอรสคือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกหรือ “สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช”


ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 เสด็จขึ้นครองราชย์ สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าจึงขอพระราชทานเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนนี้จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อพระราชทานแด่สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักองค์แรกบนที่ดินแห่งนี้

พระตำหนัก3 องค์ บนแผ่นดินทรงค่า
ภายในพื้นที่ของวังสระปทุมจัดแบ่งเป็นที่ตั้งของพระตำหนักหลัก 3 องค์ ที่ทำการปลูกสร้างไล่เรียงลำดับตามความจำเป็นในการใช้สอย ในแต่ละช่วงเวลาที่สมเด็จพระพันวัสสาฯ ประทับอยู่  โดยพระตำหนักองค์แรกคือ พระตำหนักเขียว หรือ พระตำหนักน้ำ สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับชั่วคราวก่อนสร้างพระตำหนักใหญ่ เหตุที่เรียกว่าพระตำหนักเขียวนั้นเชื่อว่าน่าจะมาจากสีของอาคารซึ่งเป็นสีของวันพระราชสมภพสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า คือ วันพุธ

รูปแบบสถาปัตยกรรม : ลักษณะอาคารเป็นบ้านชั้นเดียวหรือบ้านชั้นครึ่งที่ใช้พื้นที่ว่างใต้โครงหลังคาเป็นห้อง ซึ่งเข้าใจว่าทำไว้เป็นบ้านหลังเล็กๆ เพื่อใช้ในการประทับพักผ่อนเป็นการส่วนพระองค์ ส่วนรูปแบบสถาปัตยกรรมนั้นเป็นสไตล์บ้านชนบทยุโรป เนื่องด้วยช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ช่างจากประเทศอิตาลี  และเยอรมันเข้ามารับราชการอยู่ในเมืองไทยจำนวนมาก  ลักษณะของพระตำหนักเขียวที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือมีชานพระตำหนักยื่นลงไปริมน้ำด้านคลองแสนแสบ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของพื้นที่วังสระปทุม

ต่อมาเมื่อสมเด็จพระบรมราชชนกสำเร็จการศึกษาวิชาทหารเรือเสด็จกลับเมืองไทย ตัวองค์ตำหนักใหญ่ก็ถูกสร้างแล้วเสร็จเพื่อรองรับครอบครัวของพระองค์ฯ และสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าก็ได้ทรงย้ายขึ้นไปประทับอยู่บนพระตำหนักใหญ่

พระตำหนักใหญ่ มุขทิศตะวันตก

พระตำหนักใหญ่  ปัจจุบันได้รับการบูรณะซ่อมปรับปรุง เป็นพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าเยื่ยมชม โดยมีกำหนดการปีละสามเดือนในช่วง ธันวาคม ถึง มีนาคม ของทุกปี

ลวดลายปูนปั้นประดับพระตำหนักใหญ่


รูปแบบโคมไฟ

รูปแบบสถาปัตยกรรม : ด้านรูปลักษณ์การตกแต่งทางสถาปัตยกรรมของพระตำหนักองค์นี้อาจมีความหรูหราน้อยกว่าบ้านของท่านคหบดีบางหลัง เนื่องจากท่านเจ้าของบ้านกำหนดให้ออกแบบเน้นประโยชน์ใช้สอยตามการใช้งานที่เป็นบ้านที่มีขนาดการใช้งานพอเหมาะกับจำนวนสมาชิกในบ้าน แม้รูปแบบจะเป็นฝรั่ง แต่การใช้งานทั้งตำแหน่งที่ตั้ง การรับลม การป้องกันแดดนั้นได้รับการคิดและออกแบบมาอย่างลงตัว 

ราวระเบียง


ลวดลายบนช่องแสงเหนือประตู งานไม้แกะลายผลทับทิม ทางความเชื่อสื่อถึงความเป็นสิริมงคล หากเทียบเคียงฟังก์ชั่นการใช้งานเหมือน "บานเกล็ด" ในปัจจุบัน

เพราะประตูหน้าต่างทุกบานสามารถเปิดให้กระแสลมเย็นเนื่องจากพัดผ่านหมู่แมกไม้เข้าสู่ภายในอาคารได้อย่างทั่วถึงกันทั้งหมด สำหรับการตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นนั้นมีความร่วมสมัยกับลวดลายปูนปั้นที่วังบางขุนพรหม แต่ลดความซับซ้อนลงไป  สันนิษฐานว่าเพื่อความเหมาะสมกับงบประมาณการก่อสร้าง

ห้องเทา: ห้องบรรทมสมเด็จพระบรมราชชนก จัดแสดงเฟอร์นิเจอร์ของเดิมที่มีการทาสีใหม่ตามแบบเดิม รวมถึงมีเครื่องพระสำอางเป็นเครื่องแก้วเจียระไน อีกทั้งยังมีห้องสรง ที่ใช้กระเบื้องจากยุโรป เป็นสีขาว สีแดง และสีเขียว

ความน่าสนใจของพระตำหนักใหญ่ : พระตำหนักใหญ่ได้รับการคิดและวางแบบผังเบื้องต้นโดยโดยสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า กล่าวกันว่าทรงใช้หางพลูและก้านไม้ขีดไฟจัดวางตามพระราชประสงค์ในการใช้สอย และเพื่อให้ถูกต้องตามทิศทางลมพัดผ่าน

เฉลียงพระตำหนักใหญ่ชั้นบน : ในช่วงปลายพระชนม์ชีพ สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าโปรดที่จะประทับตรงเฉลียงชั้นบนหน้าห้องพระบรรทมซึ่งปัจจุบันเป็นห้องทรงนมัสการ เมื่อทรงตื่นบรรทมแล้วจะเสด็จออกมาประทับที่เฉลียงตลอดทั้งวัน เสวยพระกระยาหาร ณ ที่นี้ด้วย บริเวณนี้มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงเป็นประธาน

เมื่อสร้างแล้วเสร็จก็ทรงใช้เป็นพระตำหนักที่ประทับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.2459  นอกจากนี้พระตำหนักองค์นี้ยังเคยเป็นที่ประทับของครอบครัว”มหิดล”เมื่อครั้งสมเด็จพระบรมราชชนกกับสมเด็จพระบรมราชชนนี  เสด็จกลับจากทรงศึกษาที่ประเทศอังกฤษ และยังเป็นสถานที่ประกอบพิธีอภิเษกสมรสของทั้งสองพระองค์และต่อมาได้เป็นพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร

ห้องทรงพระสำราญ : สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าใช้ทรงพระอักษร และใช้ทรงพักผ่อน ภายในประดับพระฉายาลักษณ์ มีหนังสือวารสารที่ท่านทรงบอกรับเป็นวารสารต่างประเทศ

ปัจจุบันสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้โปรดเกล้าฯ ให้จัดพระตำหนักใหญ่เป็นพิพิธภัณฑ์สนองพระราชดำริแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาพระราชกรณียกิจแห่งสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ผู้ทรงมีคุณูปการต่อประเทศชาติและปวงชนชาวไทย ได้รับพระราชทานชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า”


ห้องพิธี: เดิมใช้เป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะ ใช้ประกอบพิธีต่างๆ เช่น พิธีสงฆ์ และใช้เป็นที่ประทับทอดพระเนตรการแสดงของพระญาติ และนักเรียนโรงเรียนราชินีที่มักรำถวายในวันคล้ายพระราชสมภพ ปัจจุบันจัดแสดงโต๊ะเสวย บนโต๊ะจัดวางชุดจานประดับอักษรพระนามย่อ สว สมเด็จเจ้าฟ้าสมมตวงศ์วโรทัย พร้อมด้วยชุดเครื่องโต๊ะอื่นๆ รวมทั้งเมนูอาหารตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5

ส่วนพระตำหนักองค์ที่สามเรียกกันว่า พระตำหนักใหม่  เป็นพระตำหนักอีกองค์หนึ่งในบริเวณวังสระปทุม ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของพระตำหนักใหญ่ มีสระน้ำและสวนต้นไม้คั่น สร้างขึ้นหลังจากสร้างพระตำหนักใหญ่ประมาณ 10 ปี คือเมื่อประมาณ 90 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสมเด็จพระบรมราชชนกโปรดให้หม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร ซึ่งทรงสำเร็จการศึกษาทางด้านสถาปัตยกรรมจากประเทศฝรั่งเศสเป็นผู้ออกแบบ ทั้งนี้เพื่อทรงใช้เป็นที่ประทับของ “ครอบครัวมหิดล” ของพระองค์ฯ ที่ขยายใหญ่ขึ้นตามจำนวนสมาชิกของครอบครัวที่เพิ่มขึ้น ณ ปัจจุบันได้ พระราชทานวังสระปทุม ให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ซึ่งพระองค์ได้ทรงใช้พระตำหนักใหม่องค์นี้เป็นที่ประทับตั้งแต่ พ.ศ. 2543

ห้องรับแขก

หอนิทรรศการ

3 เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ภายในพระตำหนักใหญ่-อาคารพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ณ วังสระปทุม

1. เป็นสถานที่อภิเษกสมรสของสมเด็จพระบรมราชชนกกับสมเด็จพระบรมราชชนนี วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2463

2. เป็นสถานที่จัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493

3. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์อ่านประกาศสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์กิติยากรขึ้นเป็น "สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์" พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ในโอกาสพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสด้วย

หอนิทรรศการ

กล่าวได้ว่าวังสระปทุมเป็นที่ประทับของพระราชวงศ์ในพระบรมจักรีวงศ์ 3 พระองค์ ซึ่งองค์การยูเนสโกประกาศเฉลิมพระเกียรติให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ผู้มีผลงานดีเด่น ได้แก่ สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ณ วังสระปทุม แห่งนี้จึงเป็นสถานที่สำคัญและควรค่าแก่การจดจำยิ่งนัก ปัจจุบันในปี พุทธศักราช 2559 นี้ พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2559 ตั้งแต่วันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00 น.-15.00 น. อัตราค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 150 บาท นักเรียน/นักศึกษา 50 บาท โดยการเข้าชมทุกครั้งควรนัดหมายล่วงหน้า เนื่องจากจัดเป็นรอบในการเข้าชม  รอบละประมาณ 15 คน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 02 252 1965-7 หรือ www.queensavang.org และ www.facebook.com/queensavangmuseum

ขอบคุณข้อมูล
พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

บุกบ้าน “จิ๊บ-วสุ” โชว์กรุ “คลาสสิค คาร์” image

บุกบ้าน “จิ๊บ-วสุ” โชว์กรุ “คลาสสิค คาร์”

เปิดบ้านนางสาวไทยคนที่ 32 ของประเทศไทย "ป๊อป อารียา" นางงามสายติสต์ (มีคลิป) vdo

เปิดบ้านนางสาวไทยคนที่ 32 ของประเทศไทย "ป๊อป อารียา" นางงามสายติสต์ (มีคลิป)

“เรือนประเสนชิต” เรือนไม้สักทองทรงคุณค่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 image

“เรือนประเสนชิต” เรือนไม้สักทองทรงคุณค่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5

“ดาวใจ ไพจิตร” เปิดอาณาจักโอเปร่าเฮาท์สุดอลัง ย่านสุขุมวิท image

“ดาวใจ ไพจิตร” เปิดอาณาจักโอเปร่าเฮาท์สุดอลัง ย่านสุขุมวิท

กูรูอสังหาไฮเอนด์ฯ แนะ 5 กลยุทธ์ นักลงทุนฉลาดเลือก การลงทุนต้องตอบโจทย์คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

กูรูอสังหาไฮเอนด์ฯ แนะ 5 กลยุทธ์ นักลงทุนฉลาดเลือก การลงทุนต้องตอบโจทย์คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

รีวิว รีโนเวท คอนโด บ้านๆ ให้เป็นห้องฮิปสเตอร์ ด้วยงบ 50,000 บาท

รีวิว รีโนเวท คอนโด บ้านๆ ให้เป็นห้องฮิปสเตอร์ ด้วยงบ 50,000 บาท

บ้านกิก ดนัย สไตล์ American Industrial ผสมผสานระหว่างบ้านกับโรงรถ image

บ้านกิก ดนัย สไตล์ American Industrial ผสมผสานระหว่างบ้านกับโรงรถ

รีโนเวทโรงแรมในฮ่องกง เป็นหอพักนักนศ.ราคาย่อมเยาว์ 27 ตร.ม. อยู่ได้ 4 คน image

รีโนเวทโรงแรมในฮ่องกง เป็นหอพักนักนศ.ราคาย่อมเยาว์ 27 ตร.ม. อยู่ได้ 4 คน

เปิดเรือนหอของหนุ่ม "เชน ธนา" และสาว "เจมส์ กณิการ์" ที่มีมูลค่ากว่า 140 ล้านบาท (มีคลิป) vdo

เปิดเรือนหอของหนุ่ม "เชน ธนา" และสาว "เจมส์ กณิการ์" ที่มีมูลค่ากว่า 140 ล้านบาท (มีคลิป)

"บ้านขวัญ อุษามณี" บ้านสุดหรูราคา 30 ล้านจากน้ำพักน้ำแรงที่ทำงานมาเป็น 10 ปี

"บ้านขวัญ อุษามณี" บ้านสุดหรูราคา 30 ล้านจากน้ำพักน้ำแรงที่ทำงานมาเป็น 10 ปี

"บ้านเต็งหนึ่ง" และห้องครัวในฝันที่ออกแบบเอง ทำเอง งบไม่บานปลาย image

"บ้านเต็งหนึ่ง" และห้องครัวในฝันที่ออกแบบเอง ทำเอง งบไม่บานปลาย

ส่องเรือนกระจกกลางสวน บ้านต่าย เพ็ญพักตร์ ปาร์ตี้โซนของสาว 2 พันปี image

ส่องเรือนกระจกกลางสวน บ้านต่าย เพ็ญพักตร์ ปาร์ตี้โซนของสาว 2 พันปี

"บ้านเคน ภูภูมิ" พระเอกสุดฮอต บ้านที่สร้างจากความสามารถ image

"บ้านเคน ภูภูมิ" พระเอกสุดฮอต บ้านที่สร้างจากความสามารถ

เปลี่ยนบ้านเก่าๆ ให้เป็นบ้านใหม่ ด้วยราคาหลักแสนต้น image

เปลี่ยนบ้านเก่าๆ ให้เป็นบ้านใหม่ ด้วยราคาหลักแสนต้น

เปิดคอนโดเพชร กรุณพล คอนโดหรูเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา image

เปิดคอนโดเพชร กรุณพล คอนโดหรูเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา

"บ้านอาร์ตี้ ธนฉัตร" พระเอกบุญชู 9 สวยยังกับอยู่สวิตเซอร์แลนด์ image

"บ้านอาร์ตี้ ธนฉัตร" พระเอกบุญชู 9 สวยยังกับอยู่สวิตเซอร์แลนด์

นักท่องเที่ยวแห่ชม 'บ้าน 2 ชั้นหมุนได้ 360 องศา' รองรับแผ่นดินไหวได้ 7 แมกนิจูด

นักท่องเที่ยวแห่ชม 'บ้าน 2 ชั้นหมุนได้ 360 องศา' รองรับแผ่นดินไหวได้ 7 แมกนิจูด

บ้านใหม่ "โอ๋ ฟูตอง" งดงามดี เพราะมีระเบียงใหญ่มาก image

บ้านใหม่ "โอ๋ ฟูตอง" งดงามดี เพราะมีระเบียงใหญ่มาก

6 มุมสวยขึ้นหิ้งของ Villaggio บางนา

6 มุมสวยขึ้นหิ้งของ Villaggio บางนา

เปิดบ้านเจ้าพ่อคาสโนวา "ปั๋ง ประกาศิต" นักร้องสมาชิกวงสุเมธแอนด์เดอะปั๋ง (มีคลิป) image

เปิดบ้านเจ้าพ่อคาสโนวา "ปั๋ง ประกาศิต" นักร้องสมาชิกวงสุเมธแอนด์เดอะปั๋ง (มีคลิป)

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์